จู่ๆทาง Kawasaki ก็ปล่อยภาพสิทธิบัตรของ Versys 650 โฉมปี 2017 ออกมา ซึ่งมองเผินๆแล้วอาจจะทำให้หลายคนสงสัยว่ามันอาจจะเป็น Versys 1000LT รึเปล่า แต่เรายืนยันจริงๆครับว่านี่เป็นภาพของน้องเล็กที่ถูกแต่งหน้าทาปากใหม่จนคล้ายกับพี่ใหญ่มากกว่าเดิม โดยมีจุดสังเกตุอยู่หลายจุดด้วยกัน ทั้งท่อไอเสียที่มีปลายอยู่ใต้ท้องรถ การ์ดแฮนด์และขาตั้งคู่ที่ไม่ได้ติดตั้งมาให้ซึ่งสองอย่างหลังนี้จะเป็นของติดตัวมากับ Versys 1000 ตั้งแต่ออกโรงงานมาเท่านั้น กลับมาที่รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของ Versys 650 โฉมปี 2017 กันอีกครั้ง จากข้อมูลในสิทธิบัตร ทาง Kawasaki ได้ระบุไว้ว่าตัวเครื่องยนต์ถูกปรับปรุงชิ้นส่วนภายในใหม่ให้มีความลื่นไหลมากกว่าเดิม ซึ่งส่งผลให้มันมีค่าการบริโภคน้ำมันต่อระยะทางที่ดีขึ้น ปรับปรุงจุดยึดแฟริ่งด้านหน้าอีกเล็กน้อยเพื่อรองรับกับชุดแฟริ่งใหม่ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงอีกหลายอย่าง ซึ่งเราจะนำมาสรุปสั้นๆ เป็น 12 จุดหลักๆให้ได้เข้าใจกันครับ 1. แฟริ่งด้านหน้า : สปอยเลอร์จากเดิมที่ถูกแบ่งซ้ายขวา จะถูกยุบรวมเป็นชิ้นเดียว ทำให้รูปทรงโดยรวมนั้นมีความเฉียบคมมากกว่าเดิม 2. การ์ดอ่างน้ำมันเครื่อง: การ์ดชิ้นใหม่ถูกออกแบบให้โอบล้อมตัวเครื่องยนต์ด้านล่างมากกว่าเดิม เหมาะสมกับการใช้งานแนว Adventure มากขึ้น คล้ายกับตัวลุยเรือธงค่ายปีกนกอย่าง Honda…
Author: admin
นับตั้งแต่ KTM ได้ทำการเปิดตัวเจ้า 1190 Adventure เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มันสามารถกวาดรางวัลในเรื่องของความเป็นสุดยอดของรถมอเตอร์ไซค์แนว ADV และตอนนี้ก็ไกล้เวลาที่ต้องทำการปรับโฉมกันซักทีเพื่อให้มันยังเป็นที่สุดต่อไปในปี 2017 โดยภาพ Spyshot ที่เรานำมาให้รับชมกันนี้ เป็นภาพของ 1190 Adventure โฉมปี 2017 ที่ถูกปรับโฉมภายนอกใหม่ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ วินชิลด์ขนาดใหญ่กว่าเดิม, ไฟหน้า LED แบ่งครึ่งซ้ายขวา และถ้าสังเกตุให้ดีจะพบว่ามันมีช่องลมอยู่ด้านข้ามโคมไฟ ซึ่งเรายังไม่สามารถระบุได้ว่ามันเป็นปากท่อ Ram-Air หรือเป็นเพียงแค่ท่อลมเอาไว้ระบายความร้อนโคมไฟกันแน่ หรืออาจจะเป็นเพียงแค่การออกแบบให้มันดูดุดันขึ้นเท่านั้นเอง น่าเสียดายที่เราไม่สามารถบอกได้ว่าตัวหน้าปัทม์ถูกปรับปรุงไปในทิศทางใด แต่คาดว่ามันจะเป็นแบบจอ TFT แบบเดียวกับที่รถมอเตอร์ไซค์จากยุโรปมักจะใช้กัน แฟริ่งด้านข้างขนาดใหญ่ก็ถูกออกแบบให้มีความดุดันมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเอาจริงๆแล้ว นี่คงเป็นแนวทางที่ KTM วางแผนไว้ เพราะในหลายโมเดลที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2017 ทั้ง Duke 390 และ (ว่าที่) 800…
ในโลกสังคมตะวันตก การใช้ยานพาหนะ 2 ล้อที่เรียกว่ามอเตอร์ไซค์ เปรียบเสมือนการเดินทางที่ใช้เวลาน้อยและสะดวกที่สุดในการเข้าตัวเมืองหรือผ่านการจราจรที่แออัด แต่กับในโลกสังคมตะวันออกนั้น ดูเหมือนว่าผู้คนจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้มากเกินไปจนถนนไม่สามารถรองรับจำนวนประชากรผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ได้อีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ที่ในปัจจุบันมีจำนวนรถมอเตอร์ไซค์ที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งอยู่ถึง 4.9 ล้านคัน (แค่เมืองๆเดียว) และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มเป็น 7 ล้านคันในปี 2020 ทำให้เรามักจะเห็นภาพสี่แยกไฟแดงที่มีรถมอเตอร์ไซค์จอดรอสัญญาณแน่นถนน ราวกับฉากประกอบหนังในเรื่อง Mad Max ภาค 2 ล้อ ประกอบกับการที่รัฐสภาของเวียดนาม เห็นว่าการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์นั้นขาดประสิทธิภาพในการขนส่ง เพราะมันไปใหนมาใหนได้แค่ 2 คน ทำให้พวกเค้าเตรียมออกกฏหมายห้ามขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ในตัวเมืองฮานอยในปี 2025 และผลักดันให้ประชาชนไปใช้การขนส่งมวลชนที่สามารถจุผู้โดยสารได้มากกว่าแทน เพื่อความลดปัญหาการจราจรติดขัด จริงๆแล้วกฏหมายการสั่งห้ามใช้ยานพาหนะต่างๆนั้นเริ่มมีในหลายประเทศมาได้สักพักแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการอ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัย หรือเรื่องมลพิษทางอากาศเสียมากกว่า ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ทางรัฐบาลใช้กฏหมายด้วยเหตุผลที่ว่า “ประชากร 2 ล้อล้นถนน” ว่าแต่ชาวสองล้อทั้งหลายเห็นด้วยกับกฏหมายนี้หรือไม่? เชิญแสดงความคิดเห็นกันมาได้เลยครับ ขอบคุณที่มา Asphaltandrubber เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival…
Kawasaki ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวระบบ “Emotion Engine” ซึ่งเป็นระบบประเภท Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์) หรือ AI ที่ถูกสร้างมาเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถพูดคุยกับตัวรถได้ โดยระบบดังกล่าวนั้นยังสามารถรับคำสั่งการเซ็ทติ้งหรือความต้องการของผู้ขับขี่ หลังจากนั้นระบบจะติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์เพื่อวิเคราะห์และโหลดฐานข้อมูลมาเซ็ทติ้งตัวรถให้ตรงตามที่ผู้ขับขี่ได้ให้ไว้ตอนแรก ถ้ายังมองภาพไม่ออกละก็ ลองนึกถึงหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่อง Iron Man ที่ Tony Stark คุยกับ A.I ที่ชื่อ J.A.R.V.I.S สิครับ นั่นแหล่ะครับแบบนั้นเลย อาจจะดูเว่อร์ไปสักนิด แต่ระบบนี้ถูกสร้างโดยบริษัท Aldebaran Robotics จากฝรั่งเศส และก็มีการใช้งานจริงไปแล้วเรียบร้อย ในหุ่นยนต์ต้อนรับลูกค้าชื่อ Pepper ของบริษัท Softbank ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อดูจากในคลิปที่แนบมาแล้วล่ะก็ ความสามารถของหุ่นยนต์ตัวนี้นั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะมันสามารถวิเคราะห์สีหน้าและพูดคุยกับลูกค้าได้แบบไม่มีสะดุด อันที่จริงแล้วระบบ AI นี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ Kawasaki นั้นที่ให้ความสนใจ แต่ทาง Honda เองก็พึ่งประกาศไปเมื่อเดือนที่แล้วว่าพวกเค้ามีแผนการที่จะนำชุดซอฟแวร์ของ…
หลังจากที่ทาง Honda ได้เปิดตัว CB4 Concept Café Racer และ CBSix50 Concept Scrambler ในงาน EICMA Show ประเทศอิตาลี ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ไม่มีข่าวอะไรเพิ่มเติมเลยนับจากนั้น จนกระทั่งเมื่อ 4 วันก่อนที่จู่ๆก็มีภาพสิทธิบัตรปริศนาออกมาจากแหล่งข่าวในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมันคือภาพของเจ้า CB650F ที่ถูกตกแต่งในรูปแบบเดียวกันกับ 2 คอนเซปท์ที่กล่าวไปเป๊ะๆ ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามกันขึ้นมาว่า ทั้ง CB4 และ CBSix50 อาจจะอยู่ในขั้นตอนเตรียมการผลิตแล้วหรืออย่างไร ? ย้อนกันซักนิดกับแนวทางการตกแต่งของรถคอนเซปท์ทั้งสองรุ่น โดยเริ่มจาก CB4 Café Racer ที่ถูกเปลี่ยนสวิงอาร์มแขนคู่ของเดิมออกเป็นแขนเดี่ยว, โช๊คหน้าหัวกลับ, โคมไฟหน้า LED ทรงกลม, กระจกปลายแฮนด์, ครอบถังน้ำมันขนาดใหญ่กว่าปกติ, เบาะนั่งทรงลิ่ม, ท่อไอเสียทรงกระสุนสองใบออกทางขวา, และกันดีดติดกับสวิงอาร์มที่สามารถติดตั้งป้ายทะเบียนได้ แต่เมื่อสังเกตุภาพในสิทธิบัตรกลับพบว่ามันเป็นจานเบรกแบบมาตรฐานที่ใช้ใน CB650F ในขณะที่ตัวโชว์นั้นใช้จานเบรกแบบเรียบ…
สำหรับ Akraprovic แล้ว นี่ถือเป็นปีที่ 25 แล้วนับตั้งแต่ทางค่ายได้ก่อตั้งมา และเพื่อการเฉลิมฉลองวาระครบรอบสองทศวรรษครึ่ง ทางผู้ผลิตจากสโลวาเกียจึงได้ทำการเปิดตัวท่อไอเสียรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ผลิตขึ้นมาเพียง 25 ใบในโลกเท่านั้น และเพื่อให้มันพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก ทาง Akraprovic ก็ได้จับเอานักแข่งจากรายการ MotoGP มาร่วมลงลายเซ็นไว้ที่ท่อไอเสีย เพื่อนำมาจัดประมูลในงาน MotoGP Charity Day ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสที่จะถึงนี้ ที่สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ โดยนักแข่งที่ได้ทำการเซ็นลงไปบนท่อไอเสียทั้งหมด 6 ใบนั้นประกอบด้วย Casey Stoner, Andrea Dovizioso จาก Ducati ที่จะมาเพื่อเซ็นลงบนท่อไอเสียของ Multistrada 1200 คนละใบ Jorge Lorenzo, Valentino Rossi จาก Yamaha ที่จะเซ็นบนท่อไอเสียของ YZF-R1 คนละใบเช่นกัน Brad Binder นักแข่งคลาส Moto3 จาก…
หลังจากที่เราเคยนำเสนอข่าวที่มีเนื้อหาว่า ทาง Ducati กำลังเตรียมพัฒนา Monster รุ่นใหม่เพื่อเปิดตัวในช่วงปี 2017-2018 จนเมื่อสองวันที่ผ่านมา ก็ได้มีการจับภาพ Spyshot ของรถ Monster ปริศนาขณะขับทดสอบอยู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันคือเจ้า M939 นั่นเอง ย้อนไปสักนิดในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา มีข่าวลือว่า Monster 821 รุ่นปัจจุบันนั้นประสบปัญหาอย่างมากในการปรับปรุงเครื่องยนต์เพื่อให้ผ่านมาตรฐานมลพิษ Euro4 ทำให้ทาง Ducati เลือกที่จะนำเครื่องยนต์ Testastretta 11 ° ขนาดความจุ 937cc จาก Hypermotard 939 มาประจำการแทน ซึ่งสามารถประหยัดงบในการวิจัยไปมาก และก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะทางค่ายก็เคยทำมาแล้วในรุ่นปัจจุบันที่นำเครื่องยนต์มาจาก Hypermotard 821 มีข่าวลือเพิ่มเติมอีกว่าเจ้า Monster 939 จะมีเวอร์ชั่น S ให้ได้เลือกซื้อกัน โดยออพชั่นที่เพิ่มเข้ามาก็หนีไม้พ้นชุดระบบกันสะเทือนหน้าหลังจาก Ohlins โดยสวิงอาร์มหลังนั้นก็จะกลับมาเป็นแบบแขนเดี่ยวอีกครั้งดังที่เห็นในภาพ หลังจากที่มันได้หายไปพร้อมกับ M796 ด้านราคาแน่นอนว่าจะสูงขึ้นไปอีกนิดหน่อยจากเดิมที่ตั้งไว้ในอเมริกาคือ…
Victory ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์ชื่อดังจากประเทศอเมริกาเปิดเผยรายชื่อโมเดที่จะวางจำหน่ายในปี 2017 โดยมีหลายรุ่นด้วยกันที่ยังไม่ผ่านมาตรฐานมลพิษ Euro 4 ได้แก่รุ่น Cross Country, Cross Country Tour, Vision, Vagas, และ Hammer ทำให้จำเป็นต้องยุติการทำตลาดในยุโรปไปในที่สุด ส่วนรุ่นที่ได้ไปต่อนั้นประกอบด้วยรุ่น Octane, Gunner, Judge และ High Ball ซึ่งจะได้รับการปรับรายละเอียดนิดหน่อยเพื่อให้สมกับเป็นโมเดล 2017 เช่นสีใหม่ ลายใหม่ และอุปกรณ์เสริมแบบใหม่ 2017 Octane จากเดิมที่มีเฉดสีให้เลือกเพียงเฉดเดียวเท่านั้น คือ “Matte Super Steel Grey” ทาง Victory ได้จัดเพิ่มเข้ามาให้อีกสองเฉดด้วยกัน ได้แก่ Matte Pearl White และ Gloss Black โดยอย่างหลังนั้นจะมาพร้อมกับลายกราฟฟิกสีเขียว และสัญลักษณ์ “Octane”…
โอกาศมาถึงแล้วสำหรับนักสะสมที่อยากเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ที่เคยใช้ประกอบฉากในภาพยนต์ชื่อดังซักคัน อย่างเช่นเจ้า Honda CRF250R คันนี้ ที่เคยใช้ประกอบฉากในภาพยนต์เรื่อง James Bond ภาค Skyfall มาแล้ว หากยังจำกันได้ เจ้า CRF250R โฉมปี 2012 คันนี้ถูกตกแต่งเพื่อเลียนแบบรถมอเตอร์ไซค์ของกรมตำรวจในตุรกี ซึ่งมันเป็นรถที่ตัวร้ายในเรื่องใช้ขับบนหลังคาในเมืองอิสตันบูล เพื่อหนีจากการไล่ล่าของ Bond โดยหลังจากกองถ่ายได้ทำการปิดกล้องไปแล้ว ทาง Honda ก็ได้บริจาครถคันนี้ให้กับ Bonhams Beaulieu พิพิธภัณฑ์ที่คอยจัดแสดงรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิคหลายคันเอาไว้ด้วยกัน โดยเจ้า Honda CRF250R คันนี้ จะถูกวางขายด้วยราคาประมาณ 12,000 ปอนด์ถึง 16,000 ปอนด์ หรือราวๆ 550,000 บาทถึง 730,000 บาท ในช่วงสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ทางพิพิธภันฑ์ยังมีรถน่าสนใจอีกหลายคันทั้ง Honda GL1000 Gold Wing ปี 1976 ,Ducati…
ดูเหมือนว่ากระแสยานพาหนะที่มีระบบขับขี่ด้วยตนเองนั้นจะบูมขึ้นมาเรื่อยๆ ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ยกตัวอย่างเช่น Motobot ที่ทาง Yamaha คิดค้นขึ้นโดยใช้หุ่นยนต์เป็นตัวบังคับเจ้า YZF-R1 แต่กับ Cyclotron คันนี้นั้นไม่ใช่ เพราะมันไม่ได้ขับโดยหุ่นยนต์ แต่ขับได้ด้วยตัวมันเอง Charles Bombardier วิศวกรเครื่องกลผู้ออกแบบ Cyclotron ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า รถคันนี้ถูกออกแบบให้สามารถจุผู้โดยสารได้สองคน และจากการที่มันไม่ต้องมีชุดแผงคอหรือพวงมาลัยเหมือนกันรถทั่วไป ทำให้ตำแหน่งท่านั่งของผู้โดยสารนั้นเป็นแบบหันหน้าเข้าหากัน โดยตัวรถมีระบบไจโรเป็นตัวควบคุมการทรงตัว ซึ่งหมายความว่ามันไม่ต้องการขาตั้งในการจอด (ยกเว้นตอนดับเครื่อง) ด้านระบบขับเคลื่อนเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ในแกนล้อหน้าหลังอย่างละตัว โดยการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองเป็นแบบไร้สาย ซึ่งเค้ายังออกแบบให้มันสามารถชาร์จไฟหรือแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าไปมากับรถคันอื่นได้อีกด้วย แถมระบบขับขี่อัติโนมัติของตัวรถนั้นยังรองรับการใช้งานแบบขนส่งมวลชน หรือพูดง่ายๆคือมันสามารถใช้เป็นรถ Taxi ได้นั่นเอง โดยในตอนนี้เทคโนโลยีบางส่วนที่กล่างมานั้นอยู่ในขั้นทดสอบในแลปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหมายความว่าเราคงจะได้เห็นเจ้า Cyclotron ออกมาโลดแล่นบนท้องถนนจริงๆในอีกไม่นานนับจากนี้แน่นอน เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival