ภาพที่เห็นอยู่นี้คือรถคอนเซปท์ของ Honda ที่ออกแบบโดยนักออกแบบอิสระชาวอิตาลี ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างรถสปอร์ตคลาสสิคปี 90 กับรถโมเดิร์นคลาสสิคสมัยใหม่ จนได้เป็น Honda RCB1100R Concept คันนี้ Oberdan Bezzi ผู้ออกแบบ RCB1100R ได้ให้คำอธิบายว่าตัวรถออกแบบมาเพื่อบ่งบอกความเป็น Honda ช่วงปี 90 โดยหยิบเอารถสปอร์ตเอนดูรานซ์ชื่อดังในตอนนั้นอย่างเจ้า RC30 มาเป็นต้นแบบ และใช้พื้นฐานตัวรถสมัยใหม่ที่ยังมีกลิ่นอายของเมื่อ 70 ปีก่อนอย่าง CB1100 เพื่อให้มันเข้ากันได้ดีกับรูปโฉมภายนอก ด้านเครื่องยนต์นั้นเป็นแบบ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดความจุ 1,100cc ถูกปรับแต่งให้มีพละกำลังสูงสุดมากขึ้นกว่าเดิมจากที่มีอยู่ 88.5 แรงม้า เป็น 100 แรงม้า เสริมด้วยชุดโช๊คอัพหน้าหลังจาก Ohlins และระบบเบรกจาก brembo ตามสไตล์ตัวแข่ง ส่วนตัวถังภายนอกจะใช้การผลิตด้วยมือหรืองานแฮนด์เมดทั้งหมดทุกชิ้นเพื่อความพรีเมี่ยมของตัวรถ ดูไปดูมาแนวคิดของรถคันนี้ดูคล้ายกับ Praëm Optimus รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมแนวเอนดูรานซ์พื้นฐาน BMW S1000RR…
Author: admin
ได้เวลา Back To Basic อีกครั้งสำหรับ Ducati หลังจากมีภาพ Spyshot ของเจ้า Monster ขณะขับทดสอบอยู่ ซึ่งเราพบว่ามันกลับมาใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศอีกครั้งหลังจากที่ทางค่ายยกเลิกการผลิตไปพร้อมกับ M796 โดยเมื่อวันก่อนเราได้นำเสนอข่าวของ Monster 939 ที่จะมาแทน 821 ในอีก 1 หรือ 2 ปีข้างหน้าทำให้ทางค่ายเห็นว่าช่องว่างของรถคลาส 800cc นั้นเริ่มกว้างออกเรื่อยๆ พวกเค้าจึงเลือกที่จะนำเครื่องยนต์ L-Twin 803cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ จาก Ducati Scrambler มาประจำการใน M803 (ชื่อสมมุติ) รุ่นใหม่ ซึ่งน่าเสียดายที่เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวไม่สามารถรีดกำลังให้สูงเท่ากับ M796 ที่มีอยู่ 87 แรงม้าได้ เนื่องจากมาตรฐานไอเสีย Euro4 ทำให้มันมีกำลังสูงสุดเพียง 75 แรงม้าเท่านั้น ด้านราคานั้นคาดว่าจะมาทำตลาดเริ่มต้นของ Monster แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงของ M796/M795 ไปแล้ว…
หลังจากที่มีภาพ Spyshot ออกมาให้เห็นเป็นพัก ก็ถึงเปิดตัวจริงๆกันซักทีกับเครื่องยนต์ลูกใหม่นาม Milwaukee-Eight ซึ่งถือเป็นรุ่นที่ 9 ของตระกูล Big Twin Engine จาก Harley-Davidson โดยเสปคพื้นฐานหรือสิ่งที่น่าสนใจในเครื่องยนต์ลูกใหม่นี้บ้างเราลองมาดูกันดีกว่าครับ Milwaukee-Eight จัดเป็นน้องใหม่รุ่นล่าสุดในตระกูล Big Twin Engine ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ของ Harley-Davidson โดยเจ้านี่เป็นเครื่องยนต์แบบ V-Twin ทำมุม 45 องศา 4 วาล์วและ 2 หัวเทียนต่อสูบ แคมเดี่ยว มีความจุสูงถึง 1,745 cc หรือ 107 Cubic Inch อันเป็นที่มาของตัวเลขในเพลทประจำรุ่น ส่วนจุดเด่นของเครื่องยนต์ลูกนี้คือความสดใหม่ตั้งแต่ฝาสูบยันแครงก์เครื่องด้านล่าง และการปรับปรุงข้อเหวี่ยงใหม่เพื่อความนุ่มนวลในการใช้งานแบบ Touring ที่มากกว่าเดิม ไปจนถึงระบบระบายความร้อนแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถของทางค่ายนั่นคือระบบหล่อเย็นน้ำมันเครื่องเป็นออพชั่นพื้นฐาน และระบบระบายความร้อนด้วยน้ำที่จะติดตั้งในรุ่นสูงๆเท่านั้น ด้านเสียงกลไกที่เกิดจากตัวเครื่องยนต์นั้นก็ถูกปรับปรุงให้เงียบกว่าเดิม ทำให้เราสามารถได้ยินเสียงจากท่อไอเสียได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางวิศวกรออกแบบยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า จากการปรับปรุงระบบใหลเวียนไอดีที่มากกว่าเดิมถึง 50%…
เป็นเรื่องเป็นราวกันยกใหญ่สำหรับ Harley-Davidson หลังจากถูกฟ้องโดยหน่วยงานสิ่งแวดล้อมในสหรัฐ จากการขายอุปกรณ์เสริมผิดกฏหมาย จนสุดท้ายทางศาลได้ให้คำตัดสินว่าผิดจริง ซึ่งทางบริษัทก็ยอมรับข้อกล่าวหาดังกล่าว และต้องเสียค่าปรับเป็นเงินสูงถึง 12 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราวๆ 416 ล้านบาท สำหรับอุปกรณ์เจ้าปัญหาในครั้งนี้คือกล่อง Super Tuners ที่มีออพชั่นในการเพิ่มความแรงให้กับเครื่องยนต์ของทางค่าย ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อมเกินค่าที่กำหนดในการใช้งานในบนถนนหลวง อย่างไรก็ตามทาง Harley-Davidson ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าจริงแล้วๆ พวกเค้าต้องการขายอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อใช้ในการแข่งขันเท่านั้น แต่ด้วยความที่ลูกค้านำมันไปใช้บนถนนสาธารณะ ทำให้พวกเค้าถูกแจ้งข้อหาดังกล่าว และไม่สามารถแย้งอะไรกับข้อกล่าวหาดังกล่าวได้ โดยในตอนนี้มีอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสต็อคทั้งหมดประมาณ 12,600 ชิ้น ที่ถูกสั่งห้ามจำหน่ายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 23 เป็นต้นมา และทางบริษัทยังต้องซื้อคืนจากดีลเลอร์เพื่อนำมาทำลายทิ้งทั้งหมด ส่วนอุปกรณ์ที่ถูกขายไปก่อนหน้านี้ประมาณ 340,000 ชิ้นนั้นทาง Harley-Davidson ก็ได้ทำการยกเลิกการบริการหลังการขายไปแล้วเรียบร้อยตามข้อบังคับของหน่วยงานสิ่งแวดล้อมที่ฟ้องบริษัท อ่านข่าว Harley-Davidson เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
Kymco บริษัทสัญชาติใต้หวัน ได้ทำการเปิดเผยภาพสิทธิบัตรรถรุ่นใหม่หลังจากที่พวกเค้าได้นำเอกสารดังกล่าวไปขึ้นทะเบียนในยุโรป โดยตัวรถดังกล่าวมีการใช้พื้นฐานตัวรถจาก Kawasaki ในหลายส่วนด้วยกันทั้ง เครื่องยนต์ ระบบกันสะเทือนหลัง และสวิงอาร์ม จาก ER6N/Ninja 650 ในส่วนของเฟรมตัวรถนั้นทางบริษัทเป็นผู้ออกแบบเอง โดยพวกเค้าเลือกใช้เฟรมเหล็กถักแทนเฟรมท่อคู่ของเดิม เสริมด้วยชุดโช๊คหน้าแบบ USD ล้อแม็กหน้าหลังลายใหม่ และชุดแฟริ่งด้านนอกที่ดุดันมากกว่า ER6N อยู่หลายขุม ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากพี่ใหญ่อย่าง Z1000 อันที่จริงแล้วทั้ง Kymco และ Kawasaki นั้นเป็นบริษัทพาร์ทเนอร์กันมาได้หลายปีแล้ว โดยทางผู้ผลิตใต้หวันรายนี้ได้ให้ความช่วยเหลือกับทางค่ายแตนเขียวในด้านของการผลิตรถ ATV ขนาดเล็กสำหรับตลาดอเมริกา รวมไปถึงสปอร์ต-สกูตเตอร์อย่าง J300 และ J125 เองก็ได้รับการออกแบบจากผู้ผลิตรายนี้เช่นกัน ขอบคุณที่มา Motorcycle อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ดูท่าว่า Kawasaki จะเอาจริงเอาจรังอย่างมากกับโปรเจกต์รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านับตั้งแต่มีสิทธิบัตรปล่อยออกมาเมื่อต้นปี รวมไปถึงข้อมูลการติดตั้งระบบ Braking Regeneration เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา และในสิทธิบัตรล่าสุดใบนี้ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบระบายความร้อนมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนตัวรถ อย่างที่หลายท่านทราบกันว่ามอเตอร์ไฟฟ้านั้นเมื่อมีการใช้งาน ก็จะมีความร้อนเกิดขึ้น ยิ่งมีพละกำลังปล่อยออกมามากขึ้นเท่าไหร่ความร้อนก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ดังนั้นทาง Kawasaki จึงจำเป็นต้องออกแบบระบบระบายความร้อนแบบใหม่เพื่อใช้งานกับชุดแบตเตอร์รี่และมอเตอร์ไฟฟ้าลูกนี้ที่มีการกล่าวในเอกสารว่าแรงม้าสูงสุดของมันนั้นเรียกว่าอยู่ในระดับน้องๆรถกระบะได้เลย สำหรับระบบระบายความร้อนดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 2 ชุดด้วยกัน โดยในชุดแรกนั้นจะเป็นระบบแรมแอร์ที่เดินท่ออากาศมาจากหน้าตัวรถแล้วเดินท่อไปยังชุดแบตเตอร์รี่ที่วางตำแหน่งไว้ใต้ถังน้ำมัน(ปลอม) และส่งต่อลมทั้งหมดไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าด้านล่าง เพื่อทำงานร่วมกับระบบออยคูลเลอร์ที่มีการเดินท่อทางเดินน้ำมันไปรอบๆมอเตอร์ไฟฟ้า โดยปั๊มเป็นแบบกลไกที่ใช้ขับน้ำมันหล่อเย็นนั้นมีระบบคลัชที่คอยตัดต่อกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อควบคุมแรงดันน้ำมันอีกทีนึง ขอบคุณที่มา Morebikes ขอบคุณภาพ J Concept จาก TheThrottle อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าว มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
หลังจากที่ทาง Ducati ได้ทำการเปิดตัวทั้ง Scrambler และ Scrambler Sixty2 ออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ ก็มีกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาตลอด ทำให้ทางค่ายตัดสินใจเพิ่มรุ่นโดยการเพิ่มรุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1200cc เพื่อเอาใจลูกค้ามือหนัก และภาพ Spyshot Ducati Scrambler 1200 ขณะกำลังขับทดสอบอยู่ในยุโรป โดยส่วนที่เห็นชัดที่สุดคือบังโคลนหน้าแบบยกสูง และยางหนาม ทำให้พอจะเดาได้ว่าตัวทดสอบคันนี้คือเจ้า Enduro หนึ่งในรุ่นย่อยของ Ducati Scrambler นั่นเอง ในภาพ Spyshot Ducati Scrambler 1200 นี้จะเห็นรูปโฉมภายนอกนั้นคงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก เพราะในตัวทดสอบที่เห็นอยู่นี้ยังใช้กระจกมองหลังแบบเดียวกับรุ่น 800cc อยู่เลย แต่ระบบช่วงล่างจะได้รับการอัพเกรดขึ้นทั้ง โช๊คหน้าแบบ USD และระบบดิสก์เบรคคู่ เพื่อรองรับพละกำลังสูงขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตามสำหรับเครื่องยนต์ Testastretta L-Twin ขนาด 1200cc ที่ได้รับมาจาก Monster 1200 นั้นจะถูกจูนอัพใหม่เพื่อให้มีบุคลิกที่เหมาะสมกับ Scrambler มากขึ้น…
ล้ำไปอีกขึ้นกับสิทธิบัตรที่ทาง Honda จดขึ้นมา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถวิเคราะห์อารมณ์และสภาวะจิตใจของนักแข่ง ก่อนที่จะเก็บข้อมูลทั้งหมดลงเซิร์ฟเวอร์แล้วแสดงข้อมูลออนไลน์ในเว็บไซต์ไปจนถึงรายการโทรทัศน์ เพื่อให้ผู้ชมสามารถ “สัมผัสได้แบบ Real-Time” อธิบายง่ายๆคือ เราสามารถสวมหน้ากาก VR เพื่อมองสิ่งที่นักแข่ง “เห็น” ไปจนถึงการสวมถุงมือที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้เรารู้สึกถึง “ปฏิกิริยา” ของตัวแข่งอย่าง RC213V ในตอนที่ Marc Marquez ใช้แข่งขันอยู่ขณะนั้น โดยรถตัวอย่างในครั้งนี้คือเจ้า CRF250 Rally ที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เก็บข้อมูลหลายชิ้นด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น กล้องจับภาพสองตัว เพื่อถ่ายหน้าผู้ขับขี่และเส้นทาง, คอมพิวเตอร์พร้อมระบบ GPS เอาไว้เก็บข้อมูลตัวรถทั้งหมดมาประมวลผลและส่งข้อมูลเข้าเซิร์ฟเวอร์ เป็นต้น ส่วนสิ่งที่จะแสดงผลบนหน้าจอให้เราได้รับชมนั้น นอกจากภาพที่ถูกถ่ายไว้จากกล้องทั้งสองตัวแล้ว ยังมีรอบเครื่องยนต์ อัตราการเปิด/ปิดคันเร่ง ความเร็วตัวรถ และอัตราการทำงานของระบบ Traction Control คล้ายกับที่ทาง MotoGP จะปล่อยให้เราชมเป็นพักๆขณะแข่งขัน แต่ในครั้งนี้ทาง Honda จะเปิดให้รับชมแบบรวดเดียวบนจอเดียวไปเลย แม้ว่ามันจะดูล้ำไปหน่อยก็ตาม โดยเฉพาะ การรับรู้ถึง “ปฏิกิริยา”…
หลังจากที่ทาง Kawasaki ได้นำเจ้า H2R ไปทำสถิติบนสะพาน Osman Gazi จนสามารถแตะความเร็วระดับ 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ดูเหมือนทางค่ายยังไม่พอใจอยากลองของต่อ พวกเค้าจึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมงาน Bonneville Speed Week เพื่อพิสูจน์ความแรงของอสูรสีเขียวคันนี้ดูอีกสักครั้ง จนได้สถิติความเร็ว 354 กิโลเมตร/ชั่วโมงบนถนนเกลือที่ยาวที่สุดในโลกแห่งรัฐ Utah สำหรับตัวรถ H2R ที่ใช้ในการทำสถิติครั้งนี้ ยังคงใช้เครื่องยนต์ลูกเดิม 325 แรงม้าเดิมๆ ไม่ได้ถูกจูนอัพเพิ่มเติมใดๆ มีเพียงแค่การเปลี่ยนเสตอร์หลังเพื่อปรับอัตราทดใหม่ ตามด้วยการติดตั้งครอบโซ่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเพื่อความปลอดภัยตามกฏของผู้จัด ในส่วนของชุดแฟริ่งด้านหน้าถูกออกแบบให้เรียบแบนกว่าปกติ แฟริ่งซ้ายขวาถูกต่อยื่นออกมาด้านหน้า เสริมอกไก่ขนาดใหญ่ด้านล่าง ปีกซ้ายขวาถูกถอดออกไป บังโคลนด้านหน้าแบบใหม่ที่ปกคลุมไปเกือบครึ่งล้อ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น และปิดท้ายด้วยการถอดจานเบรกด้านขวาออกไปเหลือเพียงแค่คาลิปเปอร์เบรกเท่านั้น (?) สำหรับผู้รับผิดชอบการเข้าร่วมงานในครั้งนี้คือ Team 38 ซึ่งเป็นทีมทดสอบของทาง Kawasaki เอง โดยทีมดังกล่าวเป็นทีมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 1975 ส่วนนักขับทดสอบประจำทีมคือ Shigeru Yamashita นักบิดวัยเก๋าอายุ…
นับเป็นภาพ Spyshot ภาพแรกที่ถูกถ่ายได้ขณะขับทดสอบบนท้องถนนของเจ้า 2017 Ducati SuperSport 939 ตั้งแต่มีการปล่อยภาพหลุดของตัวโชว์ในงาน World Ducati Week ที่จัดขึ้นเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ซึ่งบอกได้เลยว่าน่าแปลกใจ เพราะ Ducati ได้เปิดตลาดใหม่ ในกลุ่ม Sport Touring? จากภาพที่ได้มานั้นเราพบว่ารูปทรงของตัวรถนั้นไม่ได้แตกต่างไปจากภาพ Render ที่เคยเสนอไปมากนัก และสิ่งที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนนั่นคือตำแหน่งแฮนด์ที่ทาง Ducati ออกแบบไว้ในแนว Sport Touring ซึ่งให้อารมณ์ท่านั่งคล้ายกับ Honda CBR650F อย่างมาก หากมองจากภาพ Spyshot ชุดนี้ จะเป็นการนำรถ 3 คัน มาผสมกันในร่างเดียว ให้ได้เป็นสไตล์ Sport Touring ได้แก่ ช่วงหัว Panigale + ช่วงกลาง (เครื่องยนต์ Hyper…