วันนี้ที่ 29 มี.ค.ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แถลงข่าว ผลข้อมูลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานในคดีเบนซ์ชนฟอร์ด จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 41 ปาก สอบไปแล้ว 29 ปาก เหลืออีก 12 ปาก ซึ่งบางส่วนเป็นญาติของผู้เสียชีวิตที่ยังไม่สะดวกในการให้ปากคำ รวมถึงรอผลพิสูจน์หลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการตรวจวัดความเร็วของรถเบนซ์ ซึ่งทางบริษัทเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทยปฎิเสธที่จะตรวจ ทางตำรวจได้ประสานไปยังบริษัทเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศฮ่องกง ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจในช่วงปลายเดือน วันนี้จะให้ทางญาติของผู้เสียชีวิตร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนพยานและรวบรวมพยานหลักฐานต่างต่างๆ เริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ พยานขณะเกิดเหตุ พยานหลังเกิดเหตุ พยานแวดล้อม พยานผู้เชียวชาญ เกือบครบแล้ว พนักงานสอบสวนมีความมั่นใจ พยานและหลักฐานต่างๆ สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน ภายในสิ้นเดือนนี้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการฟ้องได้ สำหรับนายเจนภพมีกำหนดฝากขัง ในวันที่ 29 มี.ค.พนักงานสอบสวนได้ฝากขังในพลัดที่ 2 แล้วมีกำหนดฝากครั้งอีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย.
“สำหรับผลการตรวจพิสูจน์เรื่องของความเร็ว ซึ่งทำการตรวจจากภาพจากกล้องหน้ารถของพยาน คำนวณทางหลักวิทยาศาสตร์ ทราบผลความเร็วที่ 215-257 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเตรียมที่จะตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก คือขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของบุคคลอื่น”พ.ต.อ.พงศพัศ กล่าว
พล.ต.อ.พงพัศกล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ประสานกับทางโรงพยาบาลตำรวจแล้วสามารถนำเส้นผมของตัวนายเจนภพไปตรวจ พิสูจน์เพื่อหาสารเสพติดได้ โดยทำหนังสือของเลือดของนายเจนภพ ซึ่งทางโรงพยาบาลสมิตเวช ได้ทำการเจาะเลือดเอาไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. เมื่อได้รับเลือดจะนำมาให้ทางโรงพยาบาลตำรวจตรวจพิสูจน์ รายละเอียดของการสอบสวนและพยานหลักฐานส่วนอื่นขอไม่เปิดเผย เพราะจะทำให้เสียรูปคดี การขับรถเร็วบนทางด่วน ซึ่งมีความชัดเจนแล้วทำไมไม่มีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยว ข้อง เรื่องนี้ต้องทำการสอบสวนต่อไป
ขอบคุณที่มา ประชาชาติ
เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ