จบไปแล้วกับการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2024 และในช่วงที่ผู้คนส่วนใหญ่พูดถึงแต่แชมป์โลก หรือการทดสอบรถใหม่หลังจบฤดูกาล แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการย้อนดูสถิติการล้มในปีนี้ ว่าใครล้มไปมากที่สุด ใครล้มน้อยที่สุด ล้มไปกี่ครั้ง พร้อมสรุปสถิติรวมว่าปีนี้ล้มฉ่ำกันไปกี่ครั้ง
โดยเราขอไล่ตั้งแต่รุ่นเล็ก Moto3 กันก่อน โดยในฤดูกาลนี้การแข่งขันรุ่นเล็กมีการล้มทั้งสิ้น 262 ครั้ง นักแข่งที่ล้มมากที่สุดคือ David Almansa และ Filippo Farioli ที่ล้มเท่ากันที่ 18 ครั้ง ส่วนนักแข่งที่ล้มน้อยที่สุดคือ Arbi Aditama ที่ล้อมไปเพียงแค่ 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังมี Joshua Whatly ที่ล้มแค่ครั้งเดียวเหมือนกัน แต่รายนี้ลงแข่งแค่ครึ่งฤดูกาล
ถัดมาในรุ่นกลางมีการล้มรวมทั้งฤดูกาลนี้อยู่ที่ 268 ครั้ง แชมป์ล้มในรุ่นนี้คือ Zonta van den Goorbergh ที่ล้มฉ่ำไปคนเดียว 18 ครั้ง ส่วนนักแข่งที่ล้มน้อยสุดคือ Ai Ogura และ Bo Bendsneyder ที่ปีนี้ล้มไปเพียงแค่ 2 ครั้ง ทางด้านของนักแข่งชาวไทยอย่าง ก้อง สมเกียรติ จันทรา ล้มไปไม่มากไม่น้อยที่ 7 ครั้ง
ในส่วนของรุ่นใหญ่ MotoGP ในปีนี้มีการล้มรวมกันทั้งสิ้น 335 ครั้ง ถือว่ามีจำนวนครั้งการล้มที่มากที่สุดในทุกรุ่น ซึ่งแชมป์ล้มก็คือนักบิดหน้าใหม่ไฟแรง Pedro Acosta ที่ล้มไปถึง 28 ครั้ง ตามมาด้วยนักวิจัยกรวดรุ่นเก๋าอย่าง Marc Marquez ที่ล้มไป 24 ครั้ง ส่วนนักแข่งที่ล้มน้อยที่สุดที่อาจจะทำให้หลายคนแปลกใจคือ Luca Marini ที่ขี่รถอย่างระมันระวังจนล้มไปแค่ 4 ครั้ง ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้รุ่นใหญ่ล้มเยอะเป็นพิเศษ ก็เป็นผลจากการแข่งขัน Sprint Race ที่เพิ่มเข้ามาในวันเสาร์
สนามแข่งที่ทำนักแข่งล้มมากที่สุดในฤดูกาลนี้คือ Circuit de Jerez – Angle Nieto ที่มีการล้มรวมกันในสนามแห่งนี้ในฤดูกาลนี้อยู่ที่ 74 ครั้ง และสนามที่มีการล้มน้อยที่สุดคือ Lusail International Circuit ที่มีการล้มรวมกันเพียงแค่ 28 ครั้ง ทางด้านของสนามในบ้านเราอย่าง Chang International Circuit นั้นมีคนล้มรวมอยู่ที่ 47 ครั้ง
โดยสรุปแล้วในฤดูกาล 2024 มีการล้มรวมทุกสนามและทุกรุ่นย่อยทั้งสั้น 865 ครั้ง ถือเป็นปีที่มีจำนวนครั้งการล้มที่น้อยมาก เพราะถ้าเราย้อนดูสถิติการล้มในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา จำนวนการล้มในฤดูกาลนี้จะเป็นรองเพียงแค่ฤดูกาล 2020 ที่มีการล้มทั้งหมด 722 ครั้ง แต่ต้องไม่ลืมว่าในฤดูกาลนั้น มีจำนวนการแข่งขันที่น้อยผิดปกติเนื่องจากโรคระบาด Covid-19 จะบอกว่าการแข่งขันในช่วงหลังมีความปลอดภัยมากขึ้นก็คงจะได้
ที่มา roadracingworld
อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่